เป็นนวนิยายอิงประวัติศาสตร์การเมือง ที่ทำให้รู้สึก ขันขื่น แลขบคิดทุกขณะที่ร่ายสายตา
นับถือการรีเสริชข้อมูลของผู้เขียนอย่างมาก
ยังไม่นับถึงการเล่าและโยงหลากเรื่องหลายเหตุการณ์เข้าด้วยกันแบบแนบเนียน
ประชาธิปไตยที่เสรีชน เพรียกหาคือสิ่งใดกัน
หรือจริงๆ เป็นเพียงเครื่องมือ การยักย้าย ถ่ายโอนอำนาจ
ด้วยคำฝังหัวว่า นี้คืออุดมการณ์อันสวยหรู ของ สังคมมนุษย์
ปฎิเสธไม่ได้ว่า เมื่ออ่านหนังสือเล่มนี้จบ ฉันเกิดความรู้สึก อยากให้มี
คนอย่าง จ่าตุ้ย พันเข็ม และ เสือย้อย ซะเหลือเกิน
ระยะเวลายาวนาน ประสบการณ์อันโชกโชน
มิใช่ตัวแปรที่บ่งถึงความมั่นคงของประชาธิปไตยในบ้านเรา
อำนาจ ความโลภ เล่ห์เหี่ยม มิเคยหมดไปจิตใจมนุษย์ได้เลย
เราจะร่ำร้องหา คนที่มีหัวใจ เช่นเขาทั้งสอง ได้ยากมากมายกระนั้นหรือ
หัวใจของเส้นขนานที่มาบรรจบ อยู่ที่ใด หัวใจแห่งประชาธิปไตยเป็นเช่นไรกัน
การไม่เบียดเบียนกัน และ ทำหน้าที่ของตนอย่างดีที่สุด
ใช่คำตอบ ของคำถาม ที่ทำให้ฉันได้รู้จัก (หัวใจ) เขาทั้งสองหรือเปล่านะ!
ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน (รางวัลซีไรท์ ปี 2540)
:ISBN 9748585476
:วินทร์ เลียววาริณ
:333 หน้า
:สำนักพิมพ์ | | |||
Filed under: ชั้น' หนังสือ | Tagged: books





อ่านหนังสือ.เครียด…จังเลยน้อง…
สารภาพ
ยังไม่ได้อ่านเลย….
แม้จะเข้าบ้าน..เขา..ประจำ…
แต่อ่านหนังสือของ…เขา…น้อยมั่กกกก
น่าอายจริงๆ
เหอ เหอ
เพิ่งรู้นะเนี้ย ว่าพี่ยังไม่ได้อ่าน
หนูอ่านเล่มนี้นานแล้วค่ะ ยอมรับตามตรง
ในวัยที่ยังตามกระแสอยู่
ซีไรท์มีผลต่อการเลือกอ่านเช่นกัน
หนูว่าคุณวินทร์เขียนให้ประวัติศาสตร์การเมืองย่อยง่ายขึ้น
เวลาอ่านตามตำราเรียนมันรู้สึกน่าเบื่อนะคะ
เพราะความรู้สึกร่วมในเหตุการณ์ มีส่วนสำคัญทีเดียวในการศึกษาประวัติศาสตร์ หนูคิดว่างั้นนะคะ
อ่านสองรอบแล้วครับ เล่มนี้ (แต่ยังไม่เก็ทอยู่ดี)
ไม่เก็ทอันใด
เรื่องนี้เป็นปลายเปิดอยู่แว้ว
แยกประวัติศาสตร์ออกเป็นปี พ.ศ. ต่างๆ อ่านง่ายนะ เป็นเรื่องยาวที่โยงหลายเหตุการณ์เข้าด้วยกัน และให้รายละเอียดของสิ่งที่เคยเกิดขึ้นอย่างแยบยน เราจะรับรู้โดยความรู้สึกร่วมในแต่ละเหตุการณ์เองน่ะ …. พี่เป็นแบบนั้นน่ะค่ะ
ตอนอ่านอินมากเลย
คำว่าขนาน พี่คิดว่าน่าจะหมายถึง ปฎิกกิริยาตอบสนองของคนทั้งสอง มันเป็นเหมือนอุดมการณ์ทางการเมืองต่างกัน แต่คำว่าต่าง ทุกคนก็ล้วนหวังดีและซื้อตรงต่อแผ่นดินตัวเองทั้งนั้น
เพียงแต่มีหนทางที่รับใช้ความเชื่อต่างกัน
แม้แต่มนุษย์นายทุนที่เราคิดว่าแย่มาก มาก
โคตรโกงสุดๆๆ แต่เรื่องนี้ ตอบโจทย์ว่า
หนทางทำลายล้างผู้ที่อยู่คนละฝั่งกับเรา
ก็เป็นหนทางที่แย่ที่สุดเช่นกัน
มันเป็นความเชื่อเราและความเชื่อรวมของสังคม
อะไรที่เหมาะควร ตอบยากนะคะ
เราล้วนมีเหตุผลของตนเองทั้งนั้น
พี่เลยเหมาเอาว่า ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดพอก่อน
ซึ่งแค่นี้ก็ตีความยากพอตัวอยู่เนอะ
ขอบใจนะจ่ะที่แวบมาทักมายกัน
ต๊กกะใจเลยนะเนี้ย