Posted on กรกฎาคม 5, 2008 by nena
เป็นกันไหมคะที่เวลาเราดีใจ เราก็จะหลงอยู่ในภวังค์ความสุขนั้นอย่างยาวนาน
แต่หลายครั้งที่เสียใจ เราก็เลือกจำแต่ด้านร้าย และติดกับดักทุกข์อยู่ ยาวนานเช่นกัน
ข้าพเจ้าเองก็เป็นเช่นนั้น และ ถึงแม้จะได้ยินนิทานเรื่องหนึ่งมาถึงสองครา
ก็หาได้ หลุดจาก การยึดติดอารมณ์ แบบสุดโต่งทั้งสองด้านไม่….
นิทานของท่านอาจารย์กับลูกศิษย์..
วันเกิดครบ 14 ขวบของเจ้าลูกศิษย์ เจ้าหนูได้ลูกม้าเป็นของขวัญวันเกิด
ใครๆในหมูบ้านต่างกล่าวยินดี โอ้ ช่างโชคดีอะไรเช่นนี้
ท่านอาจารย์กล่าวว่า …. รอดูไปก่อน
2 ปีต่อมา เจ้าหนูนำม้าออกไปขี่เล่น เกิดตกม้าขาหัก
ใครๆในหมู่บ้านต่างบอกว่า โอ้!ช่างโชคร้ายอะไรเช่นนี้
ท่านอาจารย์กล่าวว่า …. รอดูไปก่อน
Filed under: ระหว่างบรรทัด | 8 Comments »
Posted on กันยายน 5, 2007 by nena
ฉันกับสาวญี่ปุ่นและเรื่องราวของ
–เสื้อคลุมหนาว–ราวตากผ้า–ไม้หนีบ
เสื้อคลุมหนาว
“เสื้อคลุมหนาว” สีชมพู เนื้อนุ่ม
ทำหน้าที่ของเพื่อน อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง
โอบกอดฉันและผ่านความหนาวแห่ง รัตติกาล ไปพร้อมกัน
ฉันนั่งมอง เพื่อนที่แสนดี ถูกปั่นทำความสะอาดอยู่เงียบๆ
พลันสายตาเหลือบไปเห็น สาวญี่ปุ่น เพื่อนร่วมแฟลต..
เดินขึ้นมามองด้วยใบหน้าราบเรียบ ไม่กล่าวอะไร
ทำไมฉันพูดคุยกับสาวญี่ปุ่นคนนี้ น้อยเหลือเกินนะ..ทั้งที่เราอยู่ใต้ชายคาเดียวกันแท้ ๆ
เธอผู้มักคุยกับฉัน ด้วยการขมวดเข้าหากันของคิ้ว ..เธอผู้มัก เคร่งเครียด
ให้กับทุกเรื่องที่แสนธรรมดาของการใช้ชีวิตในแฟลต
เหตุใดกันนะ แม่สาวญี่ปุ่น
Filed under: ระหว่างบรรทัด | Leave a Comment »
Posted on กันยายน 5, 2007 by nena
- วันหนึ่ง -
ในวัยห้าขวบของเด็กหญิงวาด
คนตัวโตสอนว่าอย่าปีนขึ้นที่สูงนะเด็กน้อย
เมื่อเจ้าร่วงผลอยลงมาจะเจ็บหนักเอาได้
เด็กน้อยไม่เข้าใจหากปีนขึ้นต้นไม้แล้ว
ต้องตกลงมาทุกคนเช่นนั้นหรือ?
เหตุใดคนตัวโตจึงพูดแบบนี้เหมือนกันหมด
มีเสียงร้องจิ๊บๆอยู่ใต้ต้นไม้ เป็นนกตัวน้อยนั่นเอง
เดินเป๋ไปเป๋มา วนอยู่กับที่
เด็กน้อยแหงนหน้าขึ้นไปบนต้นไม้ กิ่งไม้เล็กๆกองก่ายเป็นรูปถ้วย
คนตัวโตเคยบอกว่า สิ่งนั้นคือรังนก เป็นเหมือนบ้านของคนเรา
เด็กน้อยช้อนนกขึ้นมาในฝ่ามือ ค่อยๆประคองวางในผ้าผืนใหญ่
มัดปลายผ้า เข้าท้ายทอย นกน้อยสงบนิ่งในเปลผ้า
เด็กน้อยปีนป่ายไต่ขึ้นต้นไม้
หากบาดเจ็บก็ต้องกลับบ้านนะ…รู้ไหม!
Filed under: ระหว่างบรรทัด | Leave a Comment »
Posted on กันยายน 5, 2007 by nena
ในคืน..รวดร้าว…ประทับซึ่งทรงจำ..ฝังแน่น
ยินทำนองกีตาร์..พลิ้วแผ่ว
สายตาสั่นไหวและเสียงกระซิบผาดแหบแห้ง
ละมุน ละไม โอนอ่อน
ค่ำคืนของความเดียวดาย
คนสองคนประสานสัมผัส…แนบชิด
ใหลหลง…เปลือกหุ้ม…ทาสแห่งอารมณ์โชนไหม้
*
*
รัตติกาล นี้ เนิ่นนาน
บรรเลงบทเพลงแห่งความขลาด
ขับพ่นลมหายใจแห่งความเหงา
ผ่านไป
เพียง….ผ่านไป
*
คงเหลือเพียง
คราบเลือดพร่าพราย…และ…น้ำจากตาไหลริน
คืนรวดร้าว…ย้อนหวน
ยินทำนองกีตาร์..เคยคุ้น
เสียงแหบแห้ง….กระซิบพร่า….ข้างหู
ฉันห่อตัว….ซุกกาย….แนบแน่น
เสียงสะอื้นตัวโยนสั่นไหว
มือเธอไล้..เรือนผม..ปลอบโยน
อกเธอชุ่มด้วยคราบน้ำตา
หวังชะล้าง..แผลทรงจำ..ให้จางหาย
ที่รัก..โปรดเถอะ…….
โอบกอดฉัน…..ด้วยแรงอุ่นทั้งหมดที่เธอมี
อยู่กับฉัน
ผ่านลมหายใจเหงา….เดียวดาย…ไปด้วยกัน
รัตติกาล นี้ เนิ่นนาน
*
*
สรรพชีวิต..วัฎจักร…หมุนวน
ก่อนเปิดตา….ทายทักกงล้อแห่งตะวัน
ฉันคิดถึงเธอเหลือเกิน….ที่รัก
ผ่านไป
เพียง..ผ่านไป
*
คงเหลือเพียง
หมอนข้างเปียกชื้น..และ..ขวดเหล้าเปล่า…ข้างกาย
2006-09-28
Filed under: ระหว่างบรรทัด | Leave a Comment »